แม้อายุ 35 ปี แต่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยังคงเป็นหนึ่งในเสาหลักของ ลิเวอร์พูล และทีมชาติเนเธอร์แลนด์อย่างไม่ต้องสงสัย ล่าสุดเจ้าตัวเพิ่งลงเล่นให้ทีมชาติครบ 100 นัด และผ่านการลงสนามครบทุกนาทีใน 4 เกมล่าสุด ก่อนเตรียมกลับมาช่วย “หงส์แดง” ทำศึกสำคัญกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจบช่วงพักเบรกทีมชาติ
ผลงานของ ลิเวอร์พูล ก่อนเข้าสู่ช่วงพักเบรกถือว่าน่าพอใจ เมื่อทีมสามารถเก็บคลีนชีตในพรีเมียร์ลีกได้ 3 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 อย่างไรก็ตาม เมื่อแนวรับกำลังเริ่มลงตัว อีกหนึ่งคำถามที่น่าชวนคุยก็คือ ลิเวอร์พูลควรลดภาระการลงสนามของ ฟาน ไดค์ ได้แล้วหรือยัง?
ต้องยอมรับว่าเรื่องคุณภาพของ ฟาน ไดค์ แทบไม่มีอะไรให้ต้องกังวล เพราะผลงานยังอยู่ในระดับสูง ฤดูกาล 2025/26 เขาลงเล่นมากถึง 55 นัด รวม 4,940 นาที ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมาแอนฟิลด์ และยังลงสนามครบทุกนาทีในพรีเมียร์ลีก ตัวเลขต่างๆ ยังสะท้อนว่าเขาไม่ได้ลดมาตรฐานลงตามอายุ โดยอัตราชนะการดวลเพิ่มจาก 72.6% ก่อนอายุ 32 ปี เป็น 73.4% หลังอายุ 32 ปี ขณะที่การเก็บบอลกลับคืนเพิ่มจาก 3.40 เป็น 5.56 ครั้งต่อเกม
นอกจากนี้ ลิเวอร์พูลยังเสียประตูขณะ ฟาน ไดค์ อยู่ในสนามเพียง 0.79 ลูกต่อเกม ลดลงจาก 1.18 ลูก และค่า xGA ลดจาก 1.18 เหลือ 0.69 ตัวเลขเหล่านี้ชัดเจนว่า ฟาน ไดค์ ยังคงเป็นกองหลังระดับสูงได้สบายๆ แต่สิ่งที่น่าคิดมากกว่าฟอร์มการเล่นคือ เขาจำเป็นต้องลงเล่นแทบทุกเกมจริงหรือไม่?
จำนวน 4,940 นาทีในฤดูกาลเดียวอาจเป็นสัญญาณที่ ลิเวอร์พูล ไม่ควรมองข้าม เพราะมากกว่าสถิติเดิมในฤดูกาล 2021/22 ที่ 4,620 นาทีถึง 320 นาที และสำหรับกองหลังวัย 35 ปี ปริมาณการใช้งานระดับนี้ย่อมเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อ ฟาน ไดค์ เคยผ่านอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่ามาแล้ว การรักษาความสดจึงมีความสำคัญไม่แพ้การรักษาฟอร์มในสนาม
ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลอาจมีข้อจำกัดเรื่องตัวเลือกในแนวรับ ทำให้ ฟาน ไดค์ ต้องรับภาระอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไป เพราะทีมมีตัวเลือกมากขึ้น ทั้ง โจ โกเมซ ที่กลับมาเป็นทางเลือกในแนวรับ, โรนัลด์ อเราโฮ ที่สามารถขยับมาเล่นเซ็นเตอร์แบ็ก และ โจวานนี่ เลโอนี่ ที่กำลังกลับมาซ้อมเต็มรูปแบบ
เมื่อมีทางเลือกมากขึ้น ลิเวอร์พูลก็น่าจะสามารถบริหารการใช้งาน ฟาน ไดค์ ได้ดีขึ้น บางเกมอาจไม่จำเป็นต้องส่งเขาลงเล่นครบ 90 นาที บางนัดสามารถพักไว้ข้างสนาม และในบางช่วงของฤดูกาลอาจเลือกเก็บเขาไว้สำหรับเกมสำคัญโดยเฉพาะ เพราะนี่ไม่ใช่การลดความสำคัญของกัปตันทีม แต่เป็นการบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สุดท้ายแล้ว ลิเวอร์พูลอาจไม่จำเป็นต้องรอให้ ฟาน ไดค์ เริ่มโรยราหรือเกิดอาการบาดเจ็บก่อนจึงค่อยคิดเรื่องการพัก การหมุนเวียนแนวรับตั้งแต่ตอนที่เขายังอยู่ในระดับท็อป จะช่วยทั้งลดความเสี่ยงเรื่องความล้า เปิดโอกาสให้ผู้เล่นคนอื่นได้ประสบการณ์ และเตรียมทีมให้พร้อมสำหรับวันที่ไม่มีเขา
เพราะสิ่งที่ ลิเวอร์พูล ต้องการอาจไม่ใช่ ฟาน ไดค์ ที่ลงเล่น 55 นัดต่อฤดูกาล แต่คือ ฟาน ไดค์ ที่ยังสดและพร้อมที่สุดในเกมที่สำคัญที่สุด ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาคือคนที่คอยปกป้องแนวรับของ “หงส์แดง” ถึงเวลาหรือยังที่ ลิเวอร์พูล ต้องหันกลับมาปกป้องเขาบ้าง?
หาก ลิเวอร์พูล อยากให้ ฟาน ไดค์ ยืนระยะไปได้อีกหลายปี บางทีการกล้าพักเขาในวันที่ยังไม่จำเป็นต้องพัก อาจเป็นทางเลือกที่สำคัญกว่าการรอให้ร่างกายเป็นฝ่ายบังคับให้หยุดเอง
ปิดตำนานเทพแห่งแชมป์! "เปโดร โรดริเกซ" ประกาศแขวนสตั๊ดในวัย 39 ปี








إرسال تعليق