ถ้าพูดถึงทีมที่ เสริมทัพได้น่าจับตามองที่สุดในพรีเมียร์ลีกช่วงตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา เชื่อว่าชื่อของ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ คงติดอยู่ในกลุ่มหัวแถวอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะพวกเขาทุ่มเงินมหาศาลถึง 350 ล้านปอนด์ เพื่อยกเครื่องทีมครั้งใหญ่ หวังกลับมาลุ้นพื้นที่ยุโรป หลังจากต้องดิ้นรนหนีตกชั้นและจบอันดับ 17 ติดต่อกันถึงสองฤดูกาล
การเสริมทัพครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเติมผู้เล่นบางตำแหน่ง แต่เป็นการ ล้างไพ่ครั้งใหญ่ของ สเปอร์ส ตั้งแต่แนวรับ แดนกลาง ไปจนถึงเกมรุก ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นมาใหม่ภายใต้การคุมทีมของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ พร้อมความหวังว่าจะสามารถพาสโมสรกลับไปสู่ยุคที่ประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง
แต่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด...
3 นัดผ่านไป สเปอร์ส ยังยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว
สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงออกสตาร์ตฤดูกาลกำลังสร้างคำถามให้กับแฟนบอลไม่น้อย เพราะหลังผ่านไป 3 นัด สเปอร์ส ยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ และที่น่าตกใจกว่านั้นคือยังยิงประตูคู่แข่งไม่ได้แม้แต่ลูกเดียว
โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่พบกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ซึ่งตลอด 90 นาที สเปอร์สไม่สามารถยิงเข้ากรอบได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
จากทีมที่หลายคนคาดหวังว่าจะมีเกมรุกดุดัน กลับกลายเป็นทีมที่ดูติดขัดในพื้นที่สุดท้าย การต่อบอลขาดความต่อเนื่อง จังหวะเข้าทำดูไม่เป็นธรรมชาติ และที่สำคัญคือผู้เล่นแต่ละคนยังดูเหมือนไม่เข้าใจจังหวะของเพื่อนร่วมทีมอย่างเต็มที่
คำถามจึงเกิดขึ้นว่า เงิน 350 ล้านปอนด์ที่ลงทุนไป มีปัญหาอยู่ตรงไหน?
ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่คุณภาพนักเตะ แต่อยู่ที่ “เวลา”
หากมองให้ลึกกว่าผลการแข่งขัน ปัญหาของ สเปอร์ส ในเวลานี้อาจไม่ได้เกิดจากนักเตะใหม่ไม่มีคุณภาพ แต่เป็นเรื่องของ การขาดเวลาปรีซีซั่นร่วมกัน
ผู้เล่นใหม่หลายคนเพิ่งย้ายเข้ามาในช่วงท้ายตลาด และแทบไม่มีเวลามากพอที่จะทำความเข้าใจระบบ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์ในสนามกับเพื่อนร่วมทีม
ลองนึกภาพง่ายๆ เหมือนการนำวงออร์เคสตราที่เต็มไปด้วยนักดนตรีฝีมือดีมาขึ้นเวที แต่ทุกคนแทบไม่เคยซ้อมเพลงร่วมกันมาก่อน
แต่ละคนอาจเก่งในหน้าที่ของตัวเอง ทว่าเมื่อถึงเวลาต้องเล่นพร้อมกัน จังหวะก็อาจไม่ลงตัว
ฟุตบอลก็เช่นเดียวกัน
กองหน้าต้องรู้ว่าปีกจะเปิดบอลแบบไหน กองกลางต้องรู้ว่ากองหลังจะจ่ายบอลขึ้นมาอย่างไร ขณะที่แนวรับต้องเข้าใจว่าทีมจะขึ้นเกมและรับมือกับการเพรสซิ่งของคู่แข่งแบบไหน
สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถสร้างได้ภายในเวลาไม่กี่วัน
“เด แซร์บี้ บอล” ต้องใช้ความเข้าใจมากกว่าที่คิด
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ สไตล์การเล่นของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้
ปรัชญาฟุตบอลของกุนซือชาวอิตาลีเน้นการสร้างเกมจากแดนหลัง การดึงคู่แข่งเข้ามาเพรสซิ่ง ก่อนใช้การจ่ายบอลที่แม่นยำเพื่อเจาะพื้นที่ว่างด้านบน
เมื่อทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ระบบนี้สามารถสร้างฟุตบอลที่สวยงามและมีประสิทธิภาพได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันก็เป็นระบบที่ต้องอาศัย ความเข้าใจและการซ้อมร่วมกันอย่างหนัก
นี่จึงเป็นจุดที่น่าคิดสำหรับ สเปอร์ส
เพราะพวกเขาเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่ ขณะที่ผู้เล่นใหม่จำนวนมากยังไม่มีโอกาสทำความเข้าใจระบบอย่างเต็มที่ แต่กลับต้องลงสนามพรีเมียร์ลีกทันที
เมื่อระบบต้องการความแม่นยำ แต่ผู้เล่นยังไม่รู้ใจกัน ความผิดพลาดจึงเกิดขึ้นได้ง่าย
แล้ว สเปอร์ส ควรกังวลแค่ไหน?
ตรงนี้อาจเป็นประเด็นที่แฟนบอลต้องใจเย็นกันสักหน่อย
การออกสตาร์ต 3 นัดโดยไม่ชนะและยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียวถือว่าน่ากังวลอย่างแน่นอน แต่การตัดสินว่า ฤดูกาลของ สเปอร์ส ล้มเหลวแล้ว อาจเร็วเกินไป
เพราะนี่คือทีมที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และสิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดในเวลานี้อาจไม่ใช่การซื้อนักเตะเพิ่ม แต่คือ เวลา
เวลาสำหรับนักเตะในการทำความรู้จักกัน
เวลาสำหรับการเรียนรู้ระบบของ เด แซร์บี้
และเวลาสำหรับการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้เล่นแต่ละตำแหน่ง
หากวันหนึ่งทุกอย่างเริ่มลงตัว เราอาจได้เห็น สเปอร์ส ที่แตกต่างจาก 3 นัดแรกอย่างสิ้นเชิง
350 ล้านปอนด์ จะกลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าหรือไม่?
สุดท้ายแล้ว นี่คือคำถามที่น่าสนใจที่สุด
350 ล้านปอนด์ ไม่ใช่ตัวเลขเล็กๆ และยิ่งเมื่อสโมสรตั้งเป้าหมายกลับไปลุ้นพื้นที่ยุโรป ความกดดันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แต่บางทีฟุตบอลก็ไม่ได้วัดความสำเร็จจากจำนวนเงินที่จ่ายไปเพียงอย่างเดียว เพราะต่อให้มีนักเตะฝีเท้าดีเต็มทีม หากไม่สามารถหลอมรวมให้กลายเป็นทีมเดียวกันได้ เงินมหาศาลก็อาจไม่มีความหมาย
ในทางกลับกัน หาก โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ สามารถใช้ช่วงเวลาต่อจากนี้ในการปรับจูนทีมให้ลงตัว และนักเตะใหม่เริ่มเข้าใจระบบมากขึ้น สเปอร์ส ก็อาจค่อยๆ กลับมาเป็นทีมที่แฟนบอลคาดหวัง
ตอนนี้จึงอาจยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า “สเปอร์ส ซื้อมาพลาด”
หรือบางทีเราอาจกำลังเห็นเพียงช่วงเวลาที่ทีมใหม่กำลังเรียนรู้ที่จะเล่นฟุตบอลร่วมกันเท่านั้น
แล้วคุณล่ะ มองว่าอะไรคือปัญหาหลักของ สเปอร์ส ในเวลานี้? การขาดปรีซีซั่นร่วมกัน หรือระบบของ เด แซร์บี้ ที่ยังไม่เข้าที่?
จากฝันร้ายสู่เสียงปรบมือ! “คาริอุส” คืนฟอร์มฮีโร่ ชาลเก้ เซฟหยุด บาเยิร์น 0-0 โมเมนต์สุดประทับใจ
อิลิมาน เอ็นดิอาย เปิดใจเลือก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย้ำเป้าหมายชัดเจนคือการคว้าแชมป์







แสดงความคิดเห็น