เปิดที่มาสุดซึ้ง! ท่าดีใจชี้ฟ้าของ ลีโอเนล เมสซี่ 900 กว่าประตูนี้เพื่อผู้หญิงคนเดียว
ถ้าพูดถึงชื่อของ ลีโอเนล เมสซี่ แฟนบอลทั่วโลกคงนึกถึงภาพของสุดยอดนักเตะที่ทำลายสถิติเป็นว่าเล่น ล่าสุดจำนวนประตูตลอดอาชีพค้าแข้งของเขาพุ่งทะลุเกิน 900 ประตู ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว! นับเป็นตัวเลขที่มหัศจรรย์มากจนบางครั้งแฟนบอลอย่างเราแอบรู้สึก 'ชินตา' เวลารูปเกมส่งบอลไปซุกก้นตาข่าย เพราะเขาระเบิดสกอร์ได้บ่อยจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว
แต่คุณเคยสังเกตไหม? ไม่ว่าในแมตช์นั้น ลีโอเนล เมสซี่ จะฉลองประตูด้วยท่าทางแบบไหน จะวิ่งดีใจสุดเหวี่ยง หรือกระโดดกอดเพื่อนร่วมทีม ท้ายที่สุดแล้วก่อนที่เกมจะเริ่มเขี่ยลูกกันใหม่ ลีโอเนล เมสซี่ จะต้องปิดท้ายด้วยการชูนิ้วชี้ทั้งสองข้างขึ้นไปบนท้องฟ้าเสมอ... คำถามคือ ทำไมเขาต้องทำท่านี้ทุกครั้ง? วันนี้เราจะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ในหัวใจของชายที่ชื่อ ลีโอเนล เมสซี่ กัน
ส่องท่าดีใจของ ลีโอเนล เมสซี่ ที่แฟนบอลคุ้นตา
ก่อนจะไปถึงท่าชี้ฟ้า สื่อกีฬาต่างประเทศเคยมีการรวบรวมท่าดีใจหลัก ๆ ของ ลีโอเนล เมสซี่ เอาไว้ ซึ่งแต่ละท่าก็มีเรื่องราวในตัวเองที่น่ารักไม่แพ้กันเลย เช่น:
- ท่าดูดจุกนม (ปี 2015): ท่านี้เกิดขึ้นในเกมที่ บาร์เซโลน่า เอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ไปได้ 2-1 ซึ่ง ลีโอเนล เมสซี่ ทำเพื่อต้อนรับ มาเตโอ ลูกชายคนที่สองของเขาที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่กี่วัน
- ท่าต่อสายโทรศัพท์ (Call Me, Maybe?): ท่าเอามือทำเป็นรูปโทรศัพท์แนบหู
- ท่าสามประสาน (Trident): ท่าวิ่งไปดีใจร่วมกับ หลุยส์ ซัวเรซ และ เนย์มาร์ ในยุค MSN ที่แฟนบอลบาร์ซ่าคิดถึง
- ท่านิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว: บางนัดที่เขายิงเข้าแต่รู้สึกว่าฟอร์มโดยรวมของตัวเองยังต่ำกว่ามาตรฐาน ลีโอเนล เมสซี่ ก็จะเลือกไม่แสดงอาการดีใจมากนักเพื่อเตือนตัวเอง
แต่ท่ามกลางท่าดีใจที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา มีอยู่ท่าเดียวที่ ลีโอเนล เมสซี่ ทำ "ทุกครั้ง" ไม่มีข้อยกเว้น นั่นคือการชี้มือขึ้นฟ้า และนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด
จุดเริ่มต้นของเด็กชาย เลโอ และของขวัญจาก ย่าเซเลีย
ย้อนกลับไปในวัยเด็ก ณ เมืองโรซาริโอ ประเทศอาร์เจนตินา ลีโอเนล เมสซี่ หรือที่คนในครอบครัวเรียกสั้น ๆ ว่า เลโอ เป็นเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่ค่อนข้างขี้อายและขาดความมั่นใจ ทุกคืนเขาจะกุมมืออธิษฐานขอพรจากดวงดาว โดยมี ฮอร์เก้ ผู้เป็นพ่อคอยมองอยู่ วันหนึ่งพ่อถามเขาว่าขอพรอะไร สิ่งที่เด็กน้อย เลโอ ตอบกลับมาคือ "ผมขอพรจากพระเจ้า ขอให้ท่านมอบความสูงให้กับผม"
ครอบครัวของ ลีโอเนล เมสซี่ เป็นครอบครัวใหญ่ที่ทุกคนต้องทำงานหนัก คนที่คอยดูแลทุกคนในบ้านรวมถึงจัดเตรียมอาหารให้ก็คือ ย่าเซเลีย หญิงชราผู้เป็นหัวใจของบ้านหลังนี้
ในวันเกิดครบ 4 ขวบของ เลโอ (วันที่ 24 มิถุนายน 1991) ย่าเซเลีย ได้เดินถือเค้กเข้ามาให้หลานชายพร้อมกับของขวัญชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่ง มันคือลูกฟุตบอลเบอร์ 5 สีฟ้าขาวลายห้าเหลี่ยม ซึ่งเป็นสีที่ เลโอ ชอบที่สุด
ในตอนนั้น เลโอ มักจะถูกพี่ ๆ และเด็กโตในแถบนั้นกีดกันไม่ให้เล่นฟุตบอลด้วยเพราะตัวเล็กเกินไป จนเขาเริ่มถอดใจและชอบขังตัวเองอยู่ในห้อง แต่ ย่าเซเลีย ไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น เธอมักจะตะโกนบอกหลานเสมอว่า:
"เอาบอลออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ ได้แล้วอย่าขลุกอยู่แต่ในห้อง หลานต้องการแสงอาทิตย์บ้างนะ มันจะทำให้หลานเติบโตได้ดี ออกไปโชว์ลีลาให้พวกพี่ ๆ รู้เลยว่าหลานเก่งขนาดไหน!"
คำพูดของ ย่าเซเลีย ในวันนั้นเปรียบเสมือนกุญแจที่ปลดล็อกความกลัว และทำให้ ลีโอเนล เมสซี่ กล้าที่จะก้าวเท้าออกจากห้องพร้อมลูกบอลคู่ใจ
ย่าเซเลีย: โค้ชจิตวิทยาคนแรกผู้เปลี่ยนเด็กขี้กลัวให้เป็น "เอล ปูลก้า"
ถ้าหาก ฮอร์เก้ (คุณพ่อ) คือคนแรกที่สอนให้ ลีโอเนล เมสซี่ รู้จักฟุตบอลอย่างจริงจัง ย่าเซเลีย ก็คือโค้ชจิตวิทยาคนสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา
ครั้งหนึ่ง ย่าเซเลีย พยายามพา ลีโอเนล เมสซี่ ในวัยเพียงไม่กี่ขวบไปสมัครเล่นให้กับทีมเด็กท้องถิ่นที่ชื่อว่า กรานโดลี่ ซึ่งตอนนั้นเป็นทีมที่ผลงานไม่ค่อยดีและมักจะแพ้อยู่บ่อย ๆ ตัวของ เลโอ เองยังแอบถามย่าด้วยความกังวลว่าทำไมต้องมาเล่นให้ทีมที่แพ้บ่อยขนาดนี้ ซึ่ง ย่าเซเลีย ได้ตอบประโยคสุดคลาสสิกกลับไปว่า:
"ทีมห่วย ๆ จำเป็นจะต้องมีนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใช่ไหมล่ะหลาน? นั่นล่ะ เลโอ คนนั้นคือหลานเอง พวกเขาไม่รู้ว่าหลานเก่งขนาดไหน แล้วเดี๋ยวเราจะช่วยกันให้พวกเขาเห็นเอง"
เมื่อไปถึงสนามแข่งขัน ย่าเซเลีย สังเกตเห็นว่าทีมกรานโดลี่มีผู้เล่นไม่ครบ 11 คน ขาดไปคนหนึ่งพอดี เธอจึงเดินดิ่งเข้าไปหา โค้ชอปาริซิโอ ทันทีเพื่อเสนอให้ส่ง ลีโอเนล เมสซี่ ลงสนาม แต่โค้ชกลับปฏิเสธเพราะมองว่า เลโอ ตัวเล็กเกินไป กลัวจะโดนเด็กคนอื่นชนจนบาดเจ็บและร้องไห้กลับบ้าน
แต่ด้วยความตื้อระดับตำนานของ ย่าเซเลีย เธอการันตีกับโค้ชว่า "ถ้าเขาเล่นไม่ดี ฉันจะลากคอเขากลับบ้านเอง มอบโอกาสให้เขาเถอะแล้วคุณจะไม่ผิดหวัง"
สุดท้ายโค้ชใจอ่อนยอมส่ง ลีโอเนล เมสซี่ ลงสนาม และนั่นคือเวทีแรกที่ทำให้โลกได้เห็นปาฏิหาริย์ เด็กชายตัวเล็ก ๆ คนนี้เลี้ยงบอลหลบผู้เล่นฝั่งตรงข้ามที่ตัวใหญ่กว่าคนแล้วคนเล่า ก่อนจะซัดคนเดียว 2 ประตูพาทีมคว้าชัยชนะได้สำเร็จ จนโค้ชถึงกับอ้าปากค้างและหันมาบอกย่าเซเลียว่า พรุ่งนี้พาหลานมาซ้อมกับทีมอีกนะ!
ร่างกายที่เติบโตด้วยโกรธฮอร์โมน แต่หัวใจเติบโตด้วย "ความรักจากย่า"
เส้นทางของ ลีโอเนล เมสซี่ หลังจากนั้นก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว เขาเข้าไปอยู่กับ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ก่อนจะเจอมรสุมชีวิตตอนอายุ 11 ปี เมื่อถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโต (GHD) ซึ่งค่ารักษาพยาบาลสูงถึงเดือนละ 900 ดอลลาร์สหรัฐ จนสโมสรในสเปนอย่าง บาร์เซโลน่า มองเห็นอัจฉริยภาพและยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด พร้อมรับเขาเข้าสู่ศูนย์ฝึก ลา มาเซีย
หลายคนอาจมองว่า ลีโอเนล เมสซี่ มีวันนี้ได้เพราะวิทยาศาสตร์การแพทย์และสโมสรบาร์เซโลน่าที่ช่วยเปลี่ยนส่วนสูงจาก 140 เซนติเมตร ให้มาเป็น 168 เซนติเมตรในปัจจุบัน
แต่ในความเป็นจริงแล้ว "วัคซีนความใจสู้" เข็มแรกที่ถูกฉีดเข้าไปในหัวใจของ ลีโอเนล เมสซี่ มันมาจากผู้หญิงชราที่ชื่อ ย่าเซเลีย คนนี้นี่เอง ที่สอนให้เขาไม่เคยกลัวคนที่ตัวใหญ่กว่า และกล้าที่จะเล่นฟุตบอลด้วยความสุข
ความหมายที่แท้จริงใต้ฟากฟ้าของ ลีโอเนล เมสซี่
น่าเสียดายที่ ย่าเซเลีย ได้จากโลกนี้ไปในปี 1998 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่ ลีโอเนล เมสซี่ จะย้ายไปสร้างตำนานที่บาร์เซโลน่าเสียอีก เธอจึงไม่มีโอกาสได้เห็นหลานชายตัวน้อยคนนี้เติบโตขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล (G.O.A.T.) ของโลกฟุตบอลยุคปัจจุบัน
ดังนั้น ทุก ๆ ครั้งที่ ลีโอเนล เมสซี่ ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย ไม่ว่าจะยิงไปแล้วกี่ร้อยประตู ท่าชูนิ้วชี้สองข้างขึ้นไปบนท้องฟ้าจึงไม่ใช่แค่ท่าดีใจธรรมดา ๆ แต่มันคือการส่งสัญญาณ ข้อความ และความระลึกถึงจากหลานชายคนเดิม ส่งตรงขึ้นไปถึง ย่าเซเลีย บนสรวงสวรรค์ เพื่อจะบอกว่า:
"ย่าครับ... ผมทำได้แล้วนะ และเด็กตัวเล็ก ๆ คนนี้ยังคงวิ่งสู้เพื่อย่าอยู่เสมอ"
นี่แหละคือเรื่องราวเบื้องหลังท่าดีใจที่ซึ้งที่สุดในโลกฟุตบอลของชายที่ชื่อ ลีโอเนล เมสซี่ กองหน้าในตำนานผู้ไม่เคยลืมว่าใครคือคนที่ให้โอกาสเขาเป็นคนแรกในชีวิต
กูกูเรย่า จุดไฟตลาดนักเตะ! หนุน “เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ” ซบราชันชุดขาว ทำแฟนสิงห์บลูส์มีเคือง
ญี่ปุ่น(N) พบ สวีเดน (บอลโลก 2026 แข่งที่ทวีปอเมริกาเหนือ) วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2569


.jpg)

.jpg)




إرسال تعليق